ยินดีต้อนรับ สู่ "พระนคร นครพระ นครธรรม" สมัครสมาชิกก่อนนะครับ ร่วมกันสร้างชุมชนออนไลน์คุณภาพครับ

ผู้เขียน หัวข้อ: หลวงปู่สุภา กนฺสีโล วัดคอนสวรรค์ อริยสงฆ์ 5 แผ่นดิน  (อ่าน 20994 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา
ปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่มั่น ภูริทฺตโต
แม้หลวงพ่อสุภาจะสร้างวัดสำเร็จไปหลายวัด ส่วนใหญ่จะตั้งอยู่แถบภาคอีสาน ท่านยังคงธุดงค์ท่องเที่ยวต่อไป หากพบเจอสถานที่ใดเหมาะสมท่านก็จะสร้างวัดขึ้น เมื่อสร้างเสร็จก็จะมอบให้พระภิกษุที่ท่านไว้วางใจได้ ดูแลแทนแล้วท่านก็จะออกธุดงค์ต่อไป จนกระทั่งครั้งหนึ่ง ขณะธุดงค์อยู่ได้มีโอกาสพบกับ หลวงปู่มั่น ภูริทÚตโต และปฏิบัติธรรมร่วมกับหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่ถ้ำเชียงดาว นานถึง 3 ปี ขณะที่ท่านได้ปฏิบัติธรรมร่วมกัน หลวงปู่ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนธรรมปฏิบัติซึ่งกันและกัน ท่านเล่าว่าหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต สอนได้ดีมาก ในเรื่องการทำจิตให้เข้าถึงจิต หลังจากนั้นหลวงพ่อสุภา ได้ธุดงค์ลงมาทางจังหวัดนาครราชสีมา ได้ร่วมกับชาวบ้านสร้างวัดที่เกาะสีคิ้ว แล้วท่านก็ธุดงค์ต่อมาจนถึง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี และได้สร้างวัดไว้ จากนั้นท่านได้ธุดงค์ต่อไปทางจังหวัดลพบุรี ได้พบกับหลวงพ่อโอภาสี ที่ถ้ำน้ำพระจันทร์ ท่านได้ร่วมกันปฏิบัติธรรมกับหลวงพ่อโอภาสีเป็นเวลา 2 ปี

เมื่อหลวงพ่อสุภาเดินทางออกมาจากลพบุรี ก็ได้ธุดงค์ต่อไปยังเขาพนมศักดิ์ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งท่านได้พบหลวงปู่ผ้าขาว ที่ถ้ำตะเคียนใหญ่ หลวงปู่ผ้าขาวมีอายุประมาณ 300 กว่าปี ท่านเล่าว่าหลวงปู่ผ้าขาว เป็นอมตะ ที่นั่นมีต้นตะเคียนใหญ่หลวงพ่อสุภาได้ปักกลดที่หน้าถ้ำตะเคียนใหญ่ประมาณ 7 วัน หลวงปู่ผ้าขาวจึงออกมาจากถ้ำ มาพบและได้สั่งสอน แนะนำอธิบาย เรื่องการปฏิบัติธรรมวิปัสสนาให้ฟัง ท่านขออนุญาตหลวงปู่ผ้าขาวเข้าไปในถ้ำตะเคียนใหญ่ แต่ไม่ได้รับการอนุญาต เนื่องจากต้องปฏิบัติให้ได้เสียก่อนจนสำเร็จ ถึงจะเข้าไปในถ้ำตะเคียนใหญ่แห่งนั้นได้ หลวงพ่อสภาได้พำนักอยู่ที่นั้นประมาณ 15 วัน ท่านเล่าว่าทางที่จะขึ้นไปถ้ำตะเคียน เป็นสระดอกบัว มีสะพานที่จะข้ามไปถ้ำตะเคียน (ผู้ปฏิบัติธรรมดี ต้องอธิษฐานจิต จึงจะมองเห็นทางเข้าถ้ำ)

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา
สร้างวัดกับหลวงพ่อชา สุภฺทโท
แม้กลับมาประเทศไทยแล้ว หลวงพ่อสุภา ยังคงชอบท่องเที่ยวธุดงค์อยู่เสมอๆ ตามแถบภูเขาติดประเทศลาว และแถบภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่ท่านธุดงค์อยู่นั้น ท่านได้พบพระวิปัสสนาจารย์ชาวอีสานรูปหนึ่ง ที่กำลังท่องธุดงค์แสวงหาความวิเวกตามลำเนาเขาถ้ำเช่นกัน คือ พระอาจารย์ชา หรือหลวงพ่อชา สุภัทโท นั้นเอง เมื่อได้พบกันท่านทั้งสองต่างชอบพอในวัตรปฏิบัติของกันและกัน ต่อมาได้ธุดงค์ไปด้วยกันถึงน้ำตกแซโดม อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ชาวบ้านแถบนั้นได้นิมนต์หลวงปู่ทั้งสองให้สร้างวัดที่นั่น เนื่องจากว่าในละแวกนั้นเป็นป่าเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีวัดใกล้ๆ หมู่บ้าน หลวงพ่อชาจึงปรึกษากับหลวงพ่อสุภา ในที่สุดก็ตัดสินใจช่วยกันสร้างวัดขึ้นที่นั่น โดยการร่วมมือของชาวบ้าน และสร้างเป็นแบบวัดป่าตามที่ท่านทั้งสองนิยม เมื่อสร้างเสร็จแล้ว มีพระภิกษุไปจำพรรษาด้วยหลายรูป เมื่อหลวงพ่อทั้งสองสร้างวัดป่าที่น้ำตกแซโดมเสร็จแล้ว และเห็นว่ามีพระภิกษุที่ไว้วางใจได้หลายรูป ท่านทั้งสองก็ได้จัดการมอบหมายภาระ ในการดูแลวัดให้กับพระภิกษุที่ไว้วางใจได้รูปหนึ่ง แล้วท่านทั้งสองก็ออกธุดงค์แสวงหาความวิเวก ตำลำเนาป่าเขาต่อไป ต่อมาหลวงพ่อสุภากับพระอาจารย์ชา สุภัทโท ก็แยกย้ายกันไปปฏิบัติธรรมยังที่ต่างๆ และต่างรูปก็ได้ไปสร้างสำนักใหม่ขึ้นมาตามความเหมาะสม ซึ่งส่วนใหญ่จะสร้างเป็นวัดป่า และสำนักวิปัสสนา จนกระทั่งท้ายที่สุด พระอาจารย์ชาได้ไปสร้างวัดหนองป่าพง และจำพรรษาอยู่ที่นั้นจนกระทั่งมรณภาพ เมื่อปีพุธศักราช 2535

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา
พบกับสหายทางธรรม
ออกจากเขาพนมศักดิ์ หลวงพ่อได้ธุดงค์ต่อไปจังหวัดนครสวรรค์ พำนักอยู่แถบถ้ำบรเพ็ชร (ถ้ำไก่ต่อ) ที่นั่นหลวงพ่อสุภาได้พบกับ หลวงพ่อเดิม (วัดหนองโพ) ในปีพุธศักราช 2483 ได้ทำตะกรุดแจกทหารร่วมกับหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา ได้ช่วยกันทำผ้ายันต์แจกพวกทหาร ซึ่งมีชื่อเสียงในช่วงสงครามโลกในครั้งที่ 2 หลังจากธุดงค์ออกจากหลวงพ่อเดิม หลวงพ่อสุภา ได้ธุดงค์ต่อไปที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และได้พำนักธุดงค์อยู่ที่เขานางแล้งเป็นเวลาปีกว่าๆ ขณะที่พำนักอยู่ที่นั้น ได้ไปมาหาสู่กับอาจารย์ทบ กิ่งชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพระเกจิอาจารย์ทางด้านเวทมนต์คาถา ทางด้านทำตะกรุดองค์หนึ่ง ปัจจุบันได้มรณภาพไปแล้ว

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา
ได้นิมิตให้ธุดงค์ไปเกาะสิเหร่
เมื่อลงจากยอดเขารังแล้ว หลวงพ่อสุภาได้นิมิตในคืนนั้นว่า มีพระอาจารย์ค่อนข้างชราองค์หนึ่ง ได้แนะให้ท่านออกไปธุดงค์ทางเกาะสิเหร่ดูบ้าง ท่านจึงได้ออกธุดงค์ไปที่เกาะสิเหร่ โดยมีคุณตระกูลเป็นคนนำไป จึงได้ไปพบแป๊ะหลี่ ซึ่งต่อมาได้ถวายที่ดินให้หลวงพ่อสร้างวัดขึ้นที่เขาหมอน (เกาะสิเหร่)

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา
ธุดงค์ปักกิ่ง เรียนวิชากำลังภายใน
ครั้นถึงปีพุทธศักราช 2471 หลังจากที่ท่านอยู่ศึกษาและปฏิบัติธรรมอยู่ในอินเดียเป็นเวลา 3 ปีกว่า และเห็นว่าเป็นเวลาพอสมควรแล้ว ปรารถนาจะธุดงค์ไปสถานที่อื่นอีก ท่านจึงเดินทางออกจากอินเดีย โดยมีอาจารย์ที่สอนคาถาชินบัญชร เป็นผู้ออกค่าเรือให้เดินทางไปถึงปักกิ่ง ประเทศจีน กระทั่งถึงเขาซิมซัว ท่านได้ข่าวว่า พระในประเทศจีนนั้นเก่งวิทยายุทธในด้านการควบคุมร่างกาย จิตใจ ดังที่ทราบแล้วว่าท่านเป็น ผู้ที่ใฝ่ศึกษาทุกแขนงวิชา จึงสนใจการใช้กำลังภายใน ในการปฏิบัติธรรม และต้องการที่จะพิสูจน์ว่ามีจริงหรือไม่ พอดีได้พบกับอาจารย์ตันฮกเหลียง อาจารย์สอนวิชาฝึกลมปราณ วิชาตัวเบา ท่านจึงได้พำนักอยู่กับอาจารย์ตันฮกเหลียง 3 เดือน เพื่อศึกษาวิชาฝึกลมปราณ ท่านฝึกได้เพียงพุ่มไม้ปลิวไปได้ไม่ไกลนัก ใบไม้ร่วงแต่ไม่โค่นเหมือนกับอาจารย์ตันฮกเหลียงทำให้ดู พอขึ้นเดือนที่ 3 ของการฝึกสำนักเขาซิมซัว ขณะที่ท่านกำลังจะฝึกวิชาตัวเบา ที่สามารถเหาะเหินเดินอากาศให้ได้นั้น อาจารย์ตันฮกเหลียงก็จะต้องแข่งขันชิงตำแหน่งเจ้ายุทธจักร ก่อนวันแข่งขันหนึ่งคืน อาจารย์ตันฮกเหลียงได้รับเชิญไปรับประทานเลี้ยง และในคืนนั้นเองอาจารย์ตันฮกเหลียงก็ถูกวางยาพิษเสียชีวิต ท่านได้เล่าให้ลูกศิษย์ฟังในภายหลังว่า ถ้าอาจารย์ตันฮกเหลียงไม่ตายเสียก่อน ป่านนี้ท่านคงจะเหาะให้ลูกหลานดูได้เป็นแน่แท้

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา
ลงเรือธุดงค์ไปปารีส
หลังจากที่อาจารย์ตันฮกเหลียงเสียชีวิตแล้ว ท่านตัดสินใจลงจากเขาซิมซัว ลงเรือจากปักกิ่งไปยังปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่ปารีส หลวงพ่อสุภา ได้พำนักอยู่เป็นเวลา 1 เดือนกว่า ท่านเล่าว่าที่ปารีส ไม่ได้ทำอะไร แต่ไม่มีอะไรให้เล่าเรียนศึกษา เพียงแต่ท่านอยากไปในที่ที่ไม่เคยไป ตอนที่อยู่ปารีส เอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศฝรั่งเศส ซึ่งหลวงปู่จำชื่อไม่ได้แล้ว ได้แนะนำให้ท่านรู้จักกับท่านทูตฝรั่งเศส และท่านทูตฝรั่งเศสยังได้ถวายช้อนส้อมให้ท่าน 2 คู่ ที่ท่านยังคงใช้เป็นประจำมาจนกระทั่งทุกวันนี้

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา

ของดี ที่ไม่ศิษย์หลวงปู่ไม่ควรมองข้าม

นครเชียง

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 914
  • ชงโค 40 ศิษย์เก่าบ้านดุงวิทยา
ของดีที่ทุกคนมองข้าม

สายข้อมือ 18 มงกุฏเพชร

ท่านที่เคยไปกราบหลวงปู่ภา ทั้งที่สกลนครและภูเก็ต

คงจะเคยได้รับแจกเชือกถักสำหรับใส่ข้อมือและ

หลายท่านก็ไม่ทราบว่าคืออะไรและมีวิธีใช้อย่างไร

ผมจึงอยากจะเรียนให้ทราบว่า เชือกถักที่ท่านแจกให้นั้น

เรียกว่า “ สายข้อมือ 18 มงกุฏเพชร ”

วิธีใส่ให้อธิษฐานถึงบารมีพระพุทธเจ้า

ใส่มือขวาแล้วให้พูดว่า ปู่สั่งให้รวย

ถ้าเจ็บป่วยให้ถอดมาใส่มือซ้าย

แล้วพูดว่า ไม่สบายปู่สั่งให้กินยาแล้วหายครับ

ตอนนี้อาจจะหาได้ง่ายแต่อนาคตคิดว่าจะหายากแน่นอน

เพราะผู้ที่นำไปใส่ พอใส่ได้สักพักก็จะถอดออกเนื่องจากสกปรก

หรือรำคาญเวลาอาบน้ำเสร็จแล้วเชือกอมน้ำจึงถอดออก

แล้วก็วางทิ้งไว้โดยไม่สนใจ ขอเตือนกันไว้ก่อนนะครับ

ใครที่ได้ไปเก็บรักษาให้ดีๆนะครับ ถ้าใส่จนเก่าแล้ว

ก็เอามาเลี่ยมห้อยคอได้ อย่าทิ้งกันนะครับ

อนาคตหาไม่ได้แล้วอย่ามาบ่นเสียดายกันนะครับผม

Ou

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167
หมากหินหลวงปู่สุภา



Ou

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167

Ou

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167

Ou

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167


คาถาแมงมุมมหาลาภ ของหลวงปู่สุภา

   สุวันนะระชะตัง    มหาสุวันนะระชะตัง
   อังคะตะเศรษฐี    มหาอังคตะเศรษฐี
   มิคคะตะเศรษฐี     มหามิคคะตะเศรษฐี
   ปุระเศษสาวา      อิถิวา  พราหมณ์
   มะนีวา มะอะอุ มานิ มามา

   หมั่นภาวนา แมงมุมท่านเลี้ยงด้วยพระคาถานี้ ไม่ต้องมีเครื่องเซ่นอย่างใด

Ou

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167
ค้นคว้าประสบการณ์จากผู้อื่นมาสู่กันเพื่อศรัทธาเพิ่มขึ้น

               เป็นที่ทราบกันดีว่าวิชาสำคัญถือเป็นสุดยอดเด็ดขาดและแน่นอนสร้างชื่อเสียงให้หลวงปู่สุภา กนฺตสีโล
พระอริยสงฆ์ห้าแผ่นดิน อายุ 109 ปี คือ " วิชาแมงมุมเรียกดักทรัพย์ " ที่ท่านได้รับถ่ายทอดยอดปรมาจารย์หลวงปู่ศุข วัด
ปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท โดยตรงเพียงองค์เดียว เมื่อครั้งที่หลวงปู่สุภาธุดงค์ไปเรียนวิชากับหลวงปู่ศุข เรียน
สำเร็จจะลากลับหลวงปู่ศุขได้เรียกหลวงปู่สุภาไปสอนวิชา " แมงมุมเรียกดักทรัพย์" โดยมีเคล็ดวิชาว่า " แมงมุมเป็นสัตว์
วิเศษไม่ต้องออกไปหากินมีเหยื่อหรืออาหารเข้ามาถึงรังเข้ามาถึงปาก เพียงชักใยดักเหยื่อไว้เท่านี้ก็ไม่อดมีกินอิ่มตลอดการ"
การเปิดร้านทำกิจการก็เช่นเดียวกันถ้าได้วิชาแมงมุมเรียกดักทรัพย์ไปก็เหมือนเปิดร้านกิจการค้าขายดักเหยื่อ ดักทรัพย์ ดัก
ูลูกค้า ดักโชคดักลาภ ดักเงินดักทอง ให้เข้ามาติดกับง่ายดาย เห็นผลเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและแน่นอน หลวงปู่สุภาได้เรียนรู้วิชา
แมงมุมเรียกดักทรัพย์และได้สร้างแมงมุมเรียกดักทรัพย์ให้ลูกศิษย์ลูกหาได้ใช้ต่างเห็นผลมีประสบการณ์มากมายสุดจะ
พรรณนา อาทิ กิจการค้าขายลูกค้าเข้ามากค้าขายดี กิจการเติบโตก้าวหน้าเจริญขึ้น มีโชคมีลาภ ได้เงินได้ทอง ได้เลื่อนขั้น
เลื่อนตำแหน่งก็มาก ใครได้แมงมุมของหลวงปู่สุภาไปต่างมีประสบการณ์ดีขึ้นแทบทั้งนั้นจนเรียกได้ว่า วิชาดักทรัพย์โชค
ลาภค้าขายไม่มีอะไรเกินแมงมุมของหลวงปู่สุภาไปได้
                   
                    หลวงปู่สุภาได้ปลุกเสกแมงมุมเรียกดักทรัพย์แบบรูปหล่อแมงมุมเหมือนจริงเป็นครั้งแรก ช่างได้ออกแบบ
อย่างสวยงามสมส่วน มีเอกลักษณ์อมตะสง่าสมชื่อว่าเป็นพญาแมงมุม ด้านหลังแมงมุมได้ลงหัวใจยันต์ "ทะล้อมกะ" ที่
หลวงปู่สุภาใช้เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวท่านดีทางป้องกันอันตรายทั้งแปดทิศ ใต้ท้องแมงมุมมีลักษณะเป็นเหมือน "ถุง
ทรัพย์" จาลึกอักขระหัวใจรับทรัพย์เป็นการถอดสูตรผ้ายันต์รับทรัพย์ทั้งผืนลงใน อักขระที่ใต้ท้องแมงมุม (ตั้งตัวแมงมุม ตรงๆ ท้อง แมงมุมจะเหมือนถุงทรัพย์หรือถุงเงินถุงทอง) เป็นสูตรรวมขุมทรัพย์โภคสมบัติทั้งปวง เหนืออื่นใดแมงมุม รุ่นมหาเศรษฐี นี้พิเศษตรงที่ในตาของแมงมุมทั้ง 2 ข้างได้ฝังเพชร ซึ่งเปรียบเสมือนดวงแก้ล้ำค่าของหลวงปู่ที่มี อานุภาพทางชี้ช่องทาง บอกทางให้เจริญรุ่งเรืองสมความปรารถนา มีอานุภาพครอบจักรวาลเหมือนบรรจุดวงแก้วสารพัด นึกในตาของแมงมุม เป็นการซ้อนความขลังลงในวิชาแมงมุมเรียกดักทรัพย์อีกโสตหนึ่ง (เพชรที่ฝังเป็นตาแมงมุมเป็น แก้วชนิดพิเศษตระกูลคริสตอล สั่งจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อมาบรรจุในตาแมงมุมของหลวงปู่สุภารุ่นมหาเศรษฐี โดยเฉพาะ) สรุปรวมความว่าแมงมุมเรียกทรัพย์รุ่นมหาเศรษฐีของหลวงปู่สุภาเพียบพร้อมไป ด้วยอานุภาพครอบคลุม ทุกทางกล่าวคือ

                    1. เรียกทรัพย์
                    2. ดักทรัพย์
                    3. ป้องกันอันตราย
                    4. เป็นแก้วสารพัดนึก
                    5. วิชาแมงมุมตำรับหลวงปู่ศุขอยู่ไหนก็อิ่มไม่อดอยาก
                    6. ค้าขายดีลูกค้าเข้ามาก

                    และเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่สุภาปลุกเสกแมงมุมเรียกทรัพย์มีตาเป็นเพชร
                   
                    คาถาปลุกแมงมุมดักทรัพย์
                    สุวันนะระชะตัง มะหาสุวันนะ ราชะตัง อังคะตะเศรษฐี
                    มหาอังคะตะเศรษฐี มิคะตะเศรษฐี มะหามิคะตะเศรษฐ
ี                    ปุริเศษสาวาอัตถีวา พราหมณ์มะณีวา มะอะอุ มานิมามา


อมตะเกระ 5 แผ่นดิน หลวงปู่สุภา กันตสีโล


                    หลวงปู่สุภา กันตสีโล อายุ 114 ปี สร้างวัดมาแล้ว 39 วัด (บารมีสูงสุดทางเหนือจะเรียกว่าต้นบุญ) หลวง
ปู่สุภามีอาจารย์ที่สอนท่านจริงๆ 4 องค์ คือ
                    1. หลวงปู่สีทัตต์ วัดพระธาตท่าอุเทน (ผู้สร้างพระธาตุท่าอุเทน ศิษย์รุ่นน้องสมเด็จลุน ยุคเดียวกันสมเด็จ
                       โต วัดระฆัง)
                    2. หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า (หลวงปู่สุภาเป็นศิษย์องค์เดียวในยุคปัจจุบัน หลวงปู่ศุขสอนวิชา
                       ให้หลวงปู่จนหมดสิ้น)
                    3. โยคีจากประเทศธิเบต ชื่อนารายณ์ (หลวงปู่สุภาธุดงค์ไปเรียนวิชาทางจิตสมาธิและฌาณ)
                    4. อาจารย์เฒ่าจากวัดเส้าหลิน ประเทศจีน หลวงปู่สุภาธุดงค์ไปเรียนวิชาพลังภายนอกและภายใน                   

Ou

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167
    ส่วนสหธรรมที่หลวงปู่เคยร่วมธุดงค์เคยทำเครื่องรางของขลัง เคยแลกเปลี่ยนวิชากันมีหลายองค์ดังนี้
                    1. หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
                    2. หลวงปู่มั่น ภูริทัตตโต
                    3. หลวงพ่อจาด วัดบางกะเบา
                    4. หลวงพ่อทบ วัดชนแดน
                    5. หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
                    6. หลวงพ่อโอภาสี อาศรมบางมด
                    7. หลวงพ่อชา วัดหนองป่าพงษ์
                    8. หลวงพ่อสังข์ วัดน้ำเต้า

                    หลวงปู่สุภาเพรียบพร้อมไปด้วยศีลาจารย์วัตร, ธรรมปฏิปทา , สมธิอภิญญา , พลังสติปัญญา เป็นพระที่ดี
มากในยุคปัจจุบัน เป็นพระที่ดีมากในยุคปัจจุบัน วัตถุมงคลของหลวงปู่ควรรีบเก็บ รีบบูชาติดตัวเป็นมหามงคลแก่ชีวิต ยาก
นักที่จะหาพระที่เพรียบพร้อมได้อย่างนี้อีก?!

                    หลวงปู่สุภาเรียนวิชาแมงมุมดักทรัพย์ หรือเรียกทรัพย์ โดยตรงจากองค์หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขาม
เฒ่า ในขณะที่หลวงปู่สุภาจำพรรษาอยู่เรียนวิชากับหลวงปู่ศุข ในวันที่ลาเพื่อออกเดินธุดงค์ต่อ หลวงปู่ศุขได้บอกหลวงปู่สุภา
ว่า "เณรน้อยต่อไปจะต้องไปช่วยคนอีกมากทำประโยชน์ให้พระศาสนาอีกเยอะ เธอจงทำแมงมุมเรียกทรัพย์ ให้ตอบแทน
แก่เขานะ มานี่ปู่จะสอนให้ หลังจากนั้นหลวงปู่ศุข ก็สอนวิชาแมงมุมเรียกทรีพย์ให้หลวงปู่สุภา โดยบอกเหตุผลที่สร้าง
แมงมุม เรียกทรัพย์ว่า "แมงมุมเป็นสัตว์สะอาดมีศีลไม่ต้องออกไปหากิน มีอาหารเข้ามาถึงรัง มีเหยื่อเข้ามาถึงถิ่นฐาน เหมือนเราเปิด ร้านทำกิจการ มีคนเอาเงินมาให้มีลูกค้าเข้ามาติดกับมีโชคลาภเงินทอง เข้ามาสู่ถิ่นฐานไม่ต้องออกไปวิ่งหา" แมงมุมเรียก ทรัพย์ของหลวงปู่สุภา จึงมีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้ว มีประสบการณ์มากเกินกว่าที่จะกล่าวได้หมด
       1.ได้มีโอกาสเช่าแมงมุมดักทรัพย์หลวงปู่สุภา มาจากสูนย์พระเครื่องแล้วเพื่อนขอเอาไปใช้ เพื่อนคนนี้ขายข้าวขาหมูอยู่ที่สุพรรณบุรี วันแรกที่เขาเอาไป ได้ใช้กาว 2 หน้าติดแมงมุมไว้ที่ตู้ใส่อาหารรถเข็น ปรากฎว่า วันนั้นขายแทบไม่ทัน จนหมดเกลี้ยง ทั้งที่ 3-4 วันก่อนหน้านี้ขายไม่เคยหมด และเพื่อนรุ่นน้องอีกคนหนึ่งเอาแมงมุมไปไว้ในพานที่บ้าน มาวันหนึ่งเขาไปดูที่พานต้องตกใจเมื่องเห้นแมงมุมที่บ้านมาห้อมล้อมแมงมุม เครื่องรางอยู่ 4 -5 ตัว เท่านั้นยังไม่พอ วันหนึ่งเขาพกไปทำงานด้วยและได้แขวนแมงมุมไว้ที่หน้ารถ ขณะขับรถอยู่ก็ได้มีแมงมุม ขนาดทเ่านิ้วก้อยกระโดดมาจากไหนไม่ทราบมาเกาะ ที่กระจกรถ ซึ่งเป้นเรื่องแปลกมา....จากคุณ MARK
       2. ผ้ายันต์แมงมุมของท่านใช้ดีมากครับ ขอยืนยัน ผมก้อเจอประสบการณ์ มีแมงมุมเป็นๆมาเกาะที่ผ้าท่านถึง 2 ตัว และมีหลายครั้งด้วย ไม่ใช่ครั้งเดียว สังเกตได้ เวลาวันไหนค้าขายดีๆ จะมีแมงมุมมาชักใยแถวๆผ้ายันต์ แต่วันที่ขายไม่ดีจะไม่มีแมงมุมมา แล้วก้อไม่ใช่จะขายดีทุกวันนะครับ วันที่ขายไม่ดีก้อมีนะ แต่ผมก้อเชื่อว่าไม่มีวัตถุมงคลของอาจารย์ไหนทำให้ขายดีทุกวันได้ เป็นไปตามกฏแห่งกรรมน่ะ....จากคุณ MODDANG
       3. ส่วนเรื่องประสบการณ์ของแมงมุมที่ได้ประสบพบเจอกับตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ เกี่ยวกับโชคลาภ คือ ในสมัยก่อนเมื่อตอนที่หลวงปู่สุภาท่านลงหนังสือพระเครื่องใหม่ๆที่ท่านได้ ออกแมงมุมออกมาพอผมได้อ่านข้อมูลและทราบถึงอุปเท่ถ์ของแมงมุมเลยเกิดความ สนใจโดยที่อ่านตามนิตยาสารพระเครื่องโดยที่ไม่รุ้จักหลวงปู่มาก่อนและผมเห็น ท่านเป็นพระที่มีพรรษามากน่าจะขลังก็เลยลอง ลองเช่าหาพระเครื่องที่เป็นแมงมุมของท่านมาลองใช้ดูด้วยความอยากรู้โดยตอน นั้นแมงมุมตาเพชรรุ่นกระโดพานยังไม่มีออกมาโดยผมใช้พระผงรูปเหมือนหลวงปู่ ที่ข้างหลังเป็นยันต์แมงมุมรุปด้านบนแทนออกตอนสมัยที่หลวงปู่มีอายุครบ 108ปี(ถ้าจำไม่ผิด) พอได้พระมาก็เลยลองอธิฐานขอดูว่าแมงมุมนี้ดีจริงทางด้านโชคลาภอย่างที่เขา ว่ามามั๊ย ถ้าดีจริงก็ขอให้ได้มีโชคมีลาภแล้วถ้ามีโอกาศก็จะลงไปกราบที่ภูเก็ต พอผมได้มาอธิฐานแล้วก็พกติดตัว พอดีวันนี้ไประที่ธนาคารพอเส็จธุระขาออกมาเห็นมีคนแก่มานั่งขายล็อตเตอรี่ อยุ่พอดีและเขาได้เรียกให้ช่วยซื้อตอนนั้นก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องอะไรทั้งนั้น ทั้งเรื่องหวยทั้งแมงมุมพอดีวันนั้นรีบด้วยก็ไม่รุ้จะซื้อเลขอะไร นึกถามคนขายว่าเลข 59 มีมั๊ยเขาบอกมีเหลือคุ่เดียวผมบอกงั้นเอามา ผมก็ซื้อล็อตเตอรี่ใบนั้นมาและพับเก็บจนลืมว่าซื้อไว้พอถึงวันหวยออก(จำไม่ ได้ว่างวดวันที่เท่าไร)ก็ยังไม่รุ้ว่าตัวเองถูกมีคนบอกว่าเลขท้าย 2 ตัวล่างออก 59 ก็ยังไม่คิดอะไรเพราะจำไม่ได้ว่าซื้อล็อตเตอรีเลขอะไรเอาไว้ พอกับมาถึงมาเปิดดุอ่าวถูกรางวัลตามที่ได้อธิษฐานขอได้โชคจริงๆอย่างไม่รู้ ตัวก็เลยเชื่อถือว่าแมงมุมท่านดีจริง(อันนี้ความเชื่อส่วนตัว)ได้โชคได้ลาภ มาถึงจะไม่มากแต่ท่านก็แสดงให้เราเห็นและหลังจากนั้นมาประมาณ1 ปีก็ได้ลงไปกราบท่านจริงๆอย่างสมใจนึกอันนี้เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมากับ ตัวเองจริงๆท่านผู้ชมที่อ่านก็โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านแล้วกันครับ....จากคุณmp359

Ou

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1167
เหรียญฉลองพัดยศ หลังแมงมุมดักทรัพย์